(คัดจากพระประวัติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระนิพนธ์ในสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ)

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
อธิบายความเบื้องต้น

         สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เสด็จพระราชสมภพที่เมืองพิษณุโลก
เมื่อปีเถาะ พ.ศ. ๒๐๙๘
 พระองค์เป็นราชโอรสของสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้า
 พระเจ้าแผ่นดินราชวงศ์สุโขทัยองค์แรกที่ครองกรุงศรีอยุธยา
 พระวิสุทธิกษัตรี ราชธิดาของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
อันเกิดด้วยพระสุริโยทัยเป็นพระชนนี
 เพราะฉะนั้นโดยพระชาติเป็นเชื้อกษัตริย์ทั้งราชวงศ์พระร่วงสุโขทัยและ
ราชวงศ์กรุงศรีอยุธยา  พระองค์มีพระพี่นางองค์ ๑ ทรงพระนามว่า
พระสุพรรณกัลยาณี  พระน้องยาองค์ ๑ ทรงพระนามว่า พระเอกาทศรถ
ซึ่งได้รับรัชทายาท  แต่หามีพระราชโอรสธิดาไม่  

       
 เมื่อสมเด็จพระนเรศวรสมภพ ยศเจ้าฟ้ายังไม่มีในประเพณีกรุงศรีอยุธยา
 สมเด็จพระชนกก็ยังทรงพระยศเพียงเป็นเจ้าขัณฑสีมา
 แต่พระชนนีเป็นสมเด็จพระราชธิดา  พระองค์เป็นราชนัดดา
คงทรงพระยศเป็นพระองค์เจ้า  ฝรั่งจึงเรียกในจดหมายเหตุแต่งในสมัยนั้นว่า
The Black Prince  ตรงกับว่า “พระองค์ดำ”  และเรียกพระอนุชาเอกาทศรถว่า
The White Prince ตรงกับ “พระองค์ขาว” เป็นคู่กัน “พระองค์ขาว” เป็นคู่กัน
 คงแปลไปจากพระนามที่คนทั้งหลายเรียกสมเด็จพระนเรศวรเมื่อยังทรงพระเยาว์ว่า
“พระองค์ดำ”  อาจจะมีพระนามขนานอีกต่างหากแต่ไม่ปรากฏ  

       
 พระนามว่า “พระนเรศวร” นั้นต่อมาสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเสวยราชย์แล้ว
 จึงพระราชทานเมื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ  เวลาพระชันษาได้ ๑๕
ปี  เป็นพระนามสำหรับลูกหลวงเอกเช่นเดียวกับพระนามว่า พระราเมศวร
ซึ่งเคยมีมาแต่ก่อน
 แต่พระองค์อื่นเมื่อขึ้นเสวยราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดินมักเปลี่ยนไปใช้พระ
นามอื่นดังเช่น พระราเมศวร ราชโอรสของสมเด็จพระบรมราชาธิราช(สามพระยา)
 เมื่อเสวยราชย์เปลี่ยนพระนามเป็นสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ  

       
 ถึงสมเด็จพระนเรศวรเมื่อเสวยราชย์ก็อาจมีพระนามอื่นถวายเมื่อราชาภิเษก
 แต่ยังใช้พระนามว่า “พระนเรศวร” หรือ “พระนเรศ”
ต่อมาในเวลาเมื่อเป็นพระเจ้าแผ่นดินแล้ว
 ดังปรากฏในบานแพนกกฏหมายลักษณะกบฏศึกตอน ๑
 ซึ่งสมเด็จพระเอกาทศรถทรงตั้งเมื่อปีมะเส็ง จุลศักราช ๙๕๕ (พ.ศ. ๒๑๓๖)
ออกพระนามสมเด็จพระนเรศวรว่า “สมเด็จบรมบาทบงกชลักษณ์ อัครบุริโสดม
บรมหน่อนรา เจ้าฟ้านเรศเชษฐาธิบดี” ดังนี้
(เหตุที่ใช้คำเจ้าฟ้าจะมีอธิบายในเรื่องต่อไปข้างหน้า)
 ถึงในพงศาวดารพม่ามอญก็เรียกพระนามแต่ว่า “พระนเรศ”
อย่างเดียวเหมือนเช่นไทยเราเรียกกันมา  

       
 คิดหาเหตุที่ไม่เปลี่ยนพระนามก็พอเห็นได้
 ด้วยสมเด็จพระนเรศวรทรงบำเพ็ญพระอภินิหารปรากฏพระเกียรติว่าเป็น
“วีรบุรุษ” มาตั้งแต่ยังเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระนเรศวร
 พระนามนั้นเลื่องลือระบือไปทั่วทุกประเทศ
 แล้วก็ไม่มีใครสามารถจะให้คนเรียกเป็นอย่างอื่นได้  

       
 ประเทศต่างๆ ย่อมมีวีรบุรุษเป็นพระเจ้าแผ่นดินในบางสมัย
 และย่อมจดจำอภินิหารของพระเจ้าแผ่นดินเช่นนั้นเชิดชูพระเกียรติไว้ใน
เรื่องพงศาวดารของประเทศ
 บางทีก็แต่งเป็นเรื่องราชประวัติเพิ่มขึ้นต่างหาก  มีอ่านกันอยู่มาก
 สังเกตในเรื่องประวัติของวีรมหาราชทั้งหลายดูมีเค้าคล้ายกันหมด
 คือบ้านเมืองต้องมียุคเข็ญจึงมีวีรมหาราชอย่าง ๑
 วีรมหาราชย่อมเป็นบุรุษพิเศษมีสติปัญญาและความกล้าหาญ
เด็ดเดี่ยวผิดกับผู้อื่นมาในอุปนิสัยอย่าง ๑
 และสามารถทำให้ผู้อื่นเชื่อถือไว้วางใจในพระปรีชาสามารถมั่นคงอย่าง ๑
 จึงสามารถบำเพ็ญอภินิหารกู้บ้านเมืองและแผ่ราชอาณาเขตจนเป็นพระราชาธิราช
ได้  สมเด็จพระนเรศวรก็ทรงพระคุณสมบัติดังกล่าวมาบริบูรณ์ทุกอย่าง
 ดังจะพึงเห็นได้ในเรื่องพระประวัติต่อไปข้างหน้า  อันจะเขียนเป็น ๓ ภาค
 คือ เรื่องบ้านเมืองเกิดยุคเข็ญภาค ๑
 เรื่องสมเด็จพระนเรศวรทรงกู้บ้านเมืองเมื่อยังเป็นสมเด็จพระราชโอรสภาค ๑
 และเรื่องสมเด็จพระนเรศวรทรงแผ่พระราชอาณาเขตเมื่อเป็นพระเจ้าแผ่นดินภาค ๑