ท่านทราบไหมว่า…………อุตสาหกรรมการเพาะเห็ดในช่วงปีค.ศ. 1991-1994 ได้เพิ่มขึ้นถึง 30.5 % และมี

เห็ดเพียง 10 ชนิดที่มีการเพาะกันมากถึง 95% ของเห็ดทั้งหมด 6 อันดับแรกได้แก่ เห็ดกระดุม (Agaricus) เห็ด

หอม (Lentinula) กลุ่มเห็ดนางรม เห็ดเป๋าฮื้อ (Pleurotus) เห็ดหูหนู (Auricularia) เห็ดฟาง (Volvariella) และ

เห็ด Flammulina ซึ่งส่วนใหญ่ใช้บริโภคเป็นอาหาร

นอกจากจะบริโภคเห็ดเป็นอาหาร (food) ได้แล้ว ยังมีเห็ดบางชนิดที่จัดเป็นอาหารเสริม (dietary supplement)

และมีการผลิตสารสกัดจากเห็ดอีกด้วย ปัจจุบันเรียกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากสารสกัดว่า nutriceutical เห็ดบางชนิด

มีสรรพ-คุณเป็นยา มีการทำการสกัดสารบริสุทธิ์จากเห็ดใช้เป็นยาเรียกผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ว่า pharmaceutica

ตัวอย่างเห็ดที่มีการใช้เป็นยารักษาโรค

ชนิดของเห็ด สรรพคุณ

Auricularia

เห็ดหูหนู  รักษาโรคกระเพาะและริดสีดวง

Tremella fusiformis Berk

เห็ดหูหนูขาว บำรุงปอดและไต

Volvariella volvacea

เห็ดฟาง ช่วยลดความดันโลหิตและเร่งการสมานแผล

Lentinula edodes

เห็ดหอม ช่วยป้องกันโรคกระดูกอ่อนและลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร

รักษาโรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เช่น มะเร็ง เอดส์ ภูมิแพ้บางชนิด

Ganoderma lucidum

เห็ดหลินจือ ประเทศจีนใช้เป็นยาอายุวัฒนะ

ในประเทศญี่ปุ่นจัดเห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่ใช้ควบคู่กับการรักษาโรคมะเร็ง

ใช้รักษาโรคผู้สูงอายุ เช่นโรคหัวใจ (coronary heart disease)

โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง (chronic bronchitis)

โรคความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง

ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ

ใช้เป็นยาระบาย

ใช้แก้พิษจากเห็ดที่มีพิษ

ความเจริญก้าวหน้าทาง เทคโนโลยีการวิเคราะห์และทางเทคโนโลยีชีวภาพได้ช่วยให้นัก วิจัยสามารถศึกษา

สารสำคัญที่ ออกฤทธิ์เป็นยาในเห็ดได้มากยิ่ง ขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 10-20 ปีที่ ผ่านมา เห็ดจัดอยู่ในกลุ่มของรา

ประเภทหนึ่ง จากการศึกษาใน ห้องปฏิบัติการและในการศึกษา ทางคลินิก พบว่ามีสารบางอย่าง ซึ่งช่วยกระตุ้น

การทำงานของ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและ บางชนิดยับยั้งการเจริญของก้อน เนื้องอก โดยเฉพาะสารจำพวก

polysaccharide และ protein- bound polysaccharide

การค้นพบสารสำคัญที่มีคุณสมบัติเป็นยานี่เองที่ทำให้นักวิจัยทำการ ค้นคว้าหาวิธีการผลิตสารนี้ให้ได้ปริมาณ

มากด้วยวิธีที่ง่ายกว่าเดิม สารที่ศึกษานั้นเริ่มต้นจากการ ศึกษาในดอกเห็ดซึ่งเมื่อคิดถึง ระยะเวลาที่ต้องใช้ในการเพาะ

เห็ดจนกระทั่งสกัดสารนั้นมาใช้ ประโยชน์แล้ว กลับพบว่าต้องใช้เวลานานเป็นเดือนและมักได้ดอกเห็ดขนาดเล็กๆ

จำเป็นต้องใช้พื้น ที่ในการเพาะปลูกมาก ดังนั้น นักวิจัยจึงได้หาวิธีให้เห็ดสร้างสาร ได้เร็วขึ้นในพื้นที่ที่จำกัด พร้อม

ทั้งสามารถสกัด สารบริสุทธิ์ได้อีกด้วย วิธีหนึ่ง ที่เริ่มมีการนำมาใช้มากคือ การเลี้ยงเส้นใยเห็ด (mycelium)

ตัวอย่างสาร polysaccharide ที่พบในเห็ด

Polysaccharide  ชนิดของเห็ด การออกฤทธิ์  

Lentinan Lentinula edodes เห็ดหอม ยับยั้งการเจริญของ HIV virus เพิ่มการสร้างภูมิคุ้มกัน

ของร่างกาย

LEM (protein-bound polysaccharide) Lentinula edodes ช่วยรักษาโรคตับอักเสบชนิดเรื้อรังในสัตว์ทดลองมี

antitumor activity ในคนและสัตว์ โดยกระตุ้น

การสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย  

PSK / Krestin (protein-bound polysaccharide) Trametes versicolor ช่วยยืดอายุของผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็ง

Polysaccharide Pleurotus ostreatus (Jacq.:Fr.) Qu้l ลดระดับคอเลสเตอรอลในสัตว์ทดลอง

Polysaccharide Grifola frondosa ยับยั้งการเจริญของก้อนเนื้องอก  

Polysaccharide Ganoderma lucidum ยับยั้งการเจริญของก้อนเนื้องอก กระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย  

เห็ดที่พบว่ามีการใช้เป็นยามากที่สุดและพบในแทบทุกทวีปทั่วโลกคือ Ganoderma lucidum หรือเห็ดหลินจือ

มีการผลิตในรูปยาเม็ด ยาน้ำจากสารสกัด ยาฉีด ชาชงและในรูปทิงเจอร์ ที่พบมากเป็นยาเม็ด ชาชงและยาน้ำจากสาร

สกัด โดยใช้เป็นยาชูกำลัง ใช้เพิ่มประสิทธิภาพทางเพศ ใช้เป็นanti-aging และเสริมสร้างสุขภาพ เห็ดหลินจือประกอบ

ด้วยสารสำคัญที่มีฤทธิ์ในการรักษาโรคต่างๆ มากมาย ดังได้กล่าวไว้แล้วใน R&D Newsletter ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 ปี 2539

นักวิจัยได้ให้ความสนใจกับเห็ดที่สามารถใช้รักษาโรคมะเร็งและโรคเอดส์เป็นพิเศษ เนื่องจากยังไม่มียาใด

ที่สามารถใช้รักษาโรคทั้งสองให้หายขาดได้ ส่วนยาที่ใช้รักษาโรคมะเร็งนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะได้ผลกับคนไข้ทุกรายไป ดังนั้น

เมื่อมีการพบสารสำคัญที่ผลิตได้โดยเส้นใยแล้ว จึงมีการวิจัยหาวิธีผลิตให้ได้ปริมาณมากโดยการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ

เข้ามาช่วย